เมื่อวันที่ 5 ก.พ.68 เวลา 09.00 น. ณ ตึก M ศูนย์บริการสาธารณสุขเทศบาลเมืองมาบตาพุด ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง นางสุกัญญา พรมมานอก ปลัดอำเภอเมืองระยอง ให้เกียรติร่วมรับฟังความคิดเห็นการขยายกำลังการผลิตแผ่นเหล็กเคลือบผิวบริษัท NS สยามยูไนเต็ดสตีล จำกัด โดยมีนายชยาพล จงเจริญ หัวหน้าศูนย์พัฒนาวิชาการอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม จ.ระยอง นายจีรเดช สัตยายุทธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นเอส-สยามยูไนเต็ดสตีล จำกัด นายวิธาน สันติไชยกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นเอส-สยามยูไนเต็ดสตีล จำกัด หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่ ร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อร่างข้อเสนอรายละเอียดโครงการและการประเมินทางเลือกโครงการผลิตแผ่นเหล็กเคลือบผิวส่วนขยายครั้งที่ 2 เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์
ปัจจุบันโรงงานผลิตแผ่นเหล็กเคลือบผิวของบริษัทตั้งอยู่บนถนนไอ 5 ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง โดยดำเนินธุรกิจผลิตเหล็กแผ่นเคลือบดีบุกและโครเมียม ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ เช่น กระป๋องอาหาร ผลไม้ และเครื่องดื่ม โรงงานมีพื้นที่รวม 54.96 ไร่ และก่อตั้งภายใต้ชื่อบริษัท สยามแผ่นเหล็กวิลาส จำกัด ตั้งแต่ปี 2531 ก่อนโอนสิทธิ์การใช้ที่ดินและกิจการให้กับบริษัท NS สยามยูไนเต็ดสตีล จำกัด ในเดือนเมษายน 2565
ปัจจุบันโรงงานมี 2 สายการผลิต ได้แก่สายการผลิตที่ 1 สามารถผลิตได้ทั้งแผ่นเหล็กเคลือบดีบุกและโครเมียม โดยสามารถผลิตได้ครั้งละ 1 ประเภท มีกำลังการผลิต 156,000 ตันต่อปี สายการผลิตที่ 2 ผลิตแผ่นเหล็กเคลือบโครเมียมโดยเฉพาะ มีกำลังการผลิต 144,000 ตันต่อปีรวมแล้ว โรงงานสามารถผลิตได้ 300,000 ตันต่อปี
อย่างไรก็ตาม เพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้น บริษัทมีแผนขยายกำลังการผลิตของสายการผลิตที่ 2 เป็น 220,000 ตันต่อปี หรือเพิ่มขึ้น 80,000 ตันต่อปี ทำให้กำลังการผลิตรวมของโรงงานเพิ่มเป็น 380,000 ตันต่อปี
การขยายกำลังการผลิตครั้งนี้จะดำเนินการผ่านการปรับปรุงเครื่องจักรและอุปกรณ์ภายในโรงงาน เพื่อเพิ่มความเร็วในการผลิต การปรับปรุงเครื่องจักรเดิมของสายการผลิตที่ 1 ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น การบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยอย่างมีประสิทธิภาพ
บริษัท NS สยามยูไนเต็ดสตีล จำกัด ยืนยันความมุ่งมั่นในการดำเนินโครงการให้เป็นไปตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของอุตสาหกรรม พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การขยายกำลังการผลิตเป็นไปอย่างรอบคอบและเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ สังคมในระยะยาว











